Home บทความ
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 104811
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday100
mod_vvisit_counterYesterday164
mod_vvisit_counterThis week100
mod_vvisit_counterLast week1365
mod_vvisit_counterThis month905
mod_vvisit_counterLast month6261
mod_vvisit_counterAll days89627

Online (20 minutes ago): 10
Your IP: 38.107.191.109
,
Today: ก.ย. ๐๕, ๒๕๕๓
ทั่วไป
 อีเมล
วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๙ เวลา ๐๗:๒๕ น.

เจาะลิ้น-อวัยวะเพศเจ็บแถมเสี่ยงตาย!

การเจาะผิวหนังสามารถทำได้ทั่วร่างกาย แต่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ หากวิธีที่ทำไม่สะอาด
เจาะลิ้น-อวัยวะเพศเจ็บแถมเสี่ยงตาย!
ใช้เครื่องมือสกปรก รวมทั้งเจาะบริเวณที่ไม่เหมาะสม เช่น เจาะลิ้น เจาะอวัยวะเพศ ตามที่เป็นข่าวเกรียวกราวอยู่ในตอนนี้

รศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเจาะผิวหนังที่นิยม คือ บริเวณติ่งหู อาจเจาะมากกว่า 1 รู ตามความชอบของแต่ละบุคคล ในบางรายเจาะเป็นช่องขนาดใหญ่จนใส่ถ่านไฟฉายได้

ส่วนบริเวณอื่น ๆ ที่มีการเจาะ เช่น

ใบหูด้านบนและติ่งหูด้านใน จะเจาะผ่านกระดูกอ่อนเป็นช่องขนาดใหญ่กว่าห่วงตุ้มหูเพื่อให้ทำความสะอาดง่าย แผลจะหายช้ามาก

ปลีกจมูก นิยมเจาะบริเวณร่องจมูกซึ่งติดกับสันจมูก

ผนังกั้นช่องจมูกเหนือ ริมฝีปากบน เจาะระหว่างรอยต่อของกระดูกอ่อนของผนังกั้นช่องจมูกกับเนื้อของจมูกซึ่งหักจากปลายจมูก ต่อกับร่องริมฝีปากบน เมื่อใส่ห่วงจะห้อยลง

คิ้ว เจาะได้ตลอดแนวคิ้ว แต่นิยมเจาะปลายคิ้ว

ริมฝีปาก เจาะบริเวณใดก็ได้ตลอดแนวริมฝีปาก โดยเจาะให้รูเจาะด้านหนึ่งอยู่นอกริมฝีปาก อาจใส่เป็นห่วงหรือตุ้มประดับ

ง่ามนิ้ว มักเจาะง่ามนิ้วระหว่างหัวแม่มือและนิ้วชี้ เนื่องจากมือจะต้องใช้งานจึงทำให้แผลหายยาก

หัวนม พบว่า แผลบริเวณนี้จะหายช้า

สะดือ นิยมใน ผู้หญิงในสมัยโบราณ ชาว อียิปต์นิยมการเจาะผิวหนังบริเวณสะดือเช่นกัน แผลจากการเจาะบริเวณสะดือจะหายช้ามาก

ลิ้น เจาะบริเวณกลางลิ้น ห่างจากปลายลิ้น 1 นิ้ว เพื่อมิให้เจาะทะลุผ่านหลอดเลือด เครื่องประดับที่นิยมใส่เป็นลักษณะตุ้ม

การดูแลหลังเจาะจะเหมือนการเจาะหู แต่แผลบริเวณหัวนมและสะดือจะหายช้ากว่า ส่วน การเจาะผิวหนังในช่องปาก จะมีเลือดออกมากโดยเฉพาะบริเวณลิ้นซึ่งมีหลอดเลือดขนาดใหญ่ ถ้าการเจาะทะลุผ่านหลอดเลือดอาจเสียเลือดมาก และ การติดเชื้อในช่องปากจะพบสูงกว่าการเจาะผิวหนังบริเวณอื่น

การเจาะลิ้นนอกจากมีปัญหาเลือดออก ยังเกิดเลือดคั่งหลังเจาะ บางครั้งแผลจะบวม เจ็บปวดมากทำให้รับประทานอาหารไม่สะดวก น้ำลายออกมาก การดูแลแผลจะยุ่งยากและ เกิดการติดเชื้อสูง ส่วนปัญหาระยะยาว คือเครื่องประดับที่ใส่ลิ้นจะกระทบกับฟันทำให้ฟันสึกบิ่นหรือหัก บางรายอาจทำให้รากฟันตาย อีกทั้งการใส่ตุ้มประดับในช่องปากยังเป็นที่หมักหมมของเศษอาหารทำให้เกิดการอักเสบ มีกลิ่นปาก พูดไม่ชัด เกิดปัญหาในการสื่อสาร

ด้าน นพ.ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์โรคผิวหนัง กล่าวถึงการเจาะอวัยวะเพศว่า คนจิตใจปกติคงไม่มีใครเจาะ คนที่เจาะมักจะมีอาการป่วยทางจิต หรือติดยาเสพติด ทำให้ไม่มีวิจารณญาณ บางคนต้องการเรียกร้องความสนใจ ให้ตัวเองดูเด่น สิ่งที่อยากเตือน คือ การใช้เข็มเจาะร่วมกัน หากเข็มไม่สะอาดอาจได้รับ เชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และซี ทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็งตับ หรือ ติดเชื้อแบคทีเรียลามเข้าสู่กระแสเลือด เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หรือติดโรคเอดส์ ที่สำคัญผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจรั่ว เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ไม่ควรเจาะไม่ว่าบริเวณใด เพราะอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และก่อให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะซ้ำเติมโรคที่เป็นอยู่

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การเจาะอวัยวะเพศหญิงนอกจากจะเจ็บปวดและรำคาญแล้ว การเสียดสีบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดการอักเสบได้ อีกทั้งบริเวณดังกล่าวมีความอับชื้น มีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงมาก อาจก่อให้เกิดบาดแผล อักเสบ บวมแดง ติดเชื้อตามมา ซึ่งเชื้อโรคอาจลุกลามไปยังปีกมดลูก ท่อปัสสาวะ และไต หากมีการติดเชื้อไปในกระแสโลหิตอาจทำให้เสียชีวิตได้

ส่วนในผู้ชายนั้น น.ต.นพ.บุญเรือง บอกว่า ไม่ค่อยนิยมเจาะอวัยวะเพศ แต่จะเน้นฝังมุกฝังโลหะเหมือนลูกปืน และเย็บปลายองคชาตให้เกิดแผลขรุขระ โดยเชื่อว่าเวลามีเพศสัมพันธ์จะทำให้ผู้หญิงพอใจ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด มักพบในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด และวัยรุ่น ปัญหาที่พบมากในกลุ่มนี้ คือ เกิดแผลอักเสบติดเชื้อ ลามไปยังท่อปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก ทำให้เกิดการอักเสบ บางรายองคชาตเน่า จนต้องตัดทิ้ง นอกจากนี้ อาจทำให้เกิดแผลในฝ่ายหญิง ที่ไปมีเพศสัมพันธ์ และแพร่โรคเอดส์ หรือไวรัสตับอักเสบบี.

นวพรรษ บุญชาญ : สัมภาษณ์


ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ข้อมูลโดย : นิตยสาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๗:๐๗ น. )
 
ขมิ้นแก้โรคกระดูกพรุน  อีเมล
วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๙ เวลา ๐๗:๑๗ น.

ขมิ้นแก้โรคกระดูกพรุน

ทราบหรือไม่ว่าการรับประทานขมิ้นก็สามารถรักษาโรคกระดูกพรุนได้ วันนี้เรามีเรื่องนี้มาฝาก
ขมิ้นแก้โรคกระดูกพรุน

การรับประทานแกงที่มี "ขมิ้น" เป็นส่วนประกอบ เช่น แกงกะหรี่ มีส่วนช่วยป้องกันโรคกระดูก ข้ออักเสบ และโรคกระดูกได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์สหรัฐ จากมหาวิทยาลัยอริโซนา ระบุว่า ขมิ้นซึ่งมักใช้เป็นส่วนผสมในอาหารประเภทแกงเผ็ด หรือแกงสีเหลืองทั้งหลาย มีสรรพคุณช่วยบำบัดโรคได้

ในวงการแพทย์เอเชียใช้ขมิ้นในการรักษาโรคต่าง ๆ มานานหลายร้อยปี เช่น อาการอักเสบ และพบว่า สารเคอร์คูมิน ที่อยู่ในขมิ้น มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคข้อต่ออักเสบได้ และช่วยรักษาอาการอักเสบ พอง หรือบวมของโรคอื่น ๆ ได้ เช่น โรคหืด ลำไส้อักเสบ และโรคกระดูก

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าใครไม่อยากเป็นโรคกระดูกพรุน ลองหาขมิ้นมารับประทานกันดูได้.


ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ข้อมูลโดย : นิตยสาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๗:๕๘ น. )
 
คำคน-คำคัน-รัตนนันท์-คอมพิวเตอร์  อีเมล
วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๙ เวลา ๐๐:๑๘ น.

- ฮาร์ดแวร์ คือส่วนของคอมพิวเตอร์ที่เราสามารถเตะได้
เจฟ เปซิส
--------------------------------------------------------------
- อินเทอร์เน็ตนั้นใหญ่โตมาก มีอิทธิพลมาก และไร้เป้าหมายมากเสียจนมันเข้าแทนที่ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์สำหรับใครบางคน
แอนดรู บราวน์
--------------------------------------------------------------
- ลองจินตนาการดูว่า ถ้าทุกๆ วันพฤหัสฯ รองเท้าของคุณก็จะระเบิดขึ้นถ้าคุณผูกเชือกมันแบบธรรมดาๆ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตลอดเวลากับคอมพิวเตอร์ แต่ก็ไม่ยักมีใครก่นว่า
เจฟ รัสกิน
--------------------------------------------------------------
- วิฌวล เรียลลิตี (ความจริงเสมือน) คือโครงการวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์อันเฉียบคมที่นานาบริษัททุ่มเทพยายามอย่างบ้าคลั่งด้วยเงินนับล้านๆ ดอลลาร์เพื่อที่จะประดิษฐ์เอฟเฟ็กต์ใหม่ๆ ซึ่งในปัจจุบันสามารถได้มาอย่างง่ายดายด้วยการมองออกไปนอกหน้าต่าง
ไมค์ บาร์ฟิลด์
--------------------------------------------------------------
- มนุษญ์เราเป็นแต่เพียงวิธีการที่คอมพิวเตอร์จะสร้างคอมพิวเตอร์อื่นๆ ขึ้นมา ซึ่งปกติแล้วก็จะเป็นเครื่องที่ดีกว่าเดิมด้วย นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมคอมพิวเตอร์จึงไม่มีวันจะเอาอะไรมาแทนที่มนุษย์ ก็พวกเราเป็นอวัยวะเพศของมันน่ะซี
เดวิด เจอร์โรลด์
--------------------------------------------------------------

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เวลา ๑๙:๑๗ น. )
 
ไร้อารมณ์ร่วมรัก….หลังคลอด  อีเมล
วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๙ เวลา ๐๐:๑๔ น.

ไร้อารมณ์ร่วมรัก….หลังคลอด

มีคนกล่าวเรื่องตลกบนความเศร้าเคล้าความจริงว่า ถ้าอยากให้เธอหยุดร่วมรักกับคุณ ก็จงรีบให้เธอมีลูกเสียสิ อยากจะหัวเราะ แต่น้ำตาแทบหยดทั้งสองฝ่าย กับคำที่บอกว่า เหนื่อย ไม่ว่าง ลูกจะตื่น ฯลฯ เป็นข้ออ้างหรือเธอหมดรักคุณแล้ว
พญ.นิศานาถ ธนะภูมิ
มีคนกล่าวเรื่องตลกบนความเศร้าเคล้าความจริงว่า ถ้าอยากให้เธอหยุดร่วมรักกับคุณ ก็จงรีบให้เธอมีลูกเสียสิ อยากจะหัวเราะ แต่น้ำตาแทบหยดทั้งสองฝ่าย กับคำที่บอกว่า เหนื่อย ไม่ว่าง ลูกจะตื่น ฯลฯ เป็นข้ออ้างหรือเปล่า เธอพูดจริง หรือเธอหมดรักคุณแล้ว ทำไมต้องอ้างแต่ลูก แล้วผมหละทำไมเธอต้องปฏิเสธ มาดูกันดีกว่า การที่เธอปฏิเสธคุณมันต้องมีสาเหตุแน่นอน แล้วจะแก้ไขได้อย่างไร
ไร้อารมณ์ร่วมรัก….หลังคลอด
  • กลัวเจ็บแผล กลัวแผลแยก
    ในชีวิตจริง นี่คือสิ่งที่ทุกคนกลัว ไม่ว่าจะคลอดเองตามธรรมชาติทางช่องคลอด หรือผ่าตัดเอาลูกออกทางหน้าท้อง ก็ย่อมมีแผลที่เย็บไว้ แต่แผลจะหายเมื่อไร แล้วจะมีปัญหาไหม นี่คือความกริ่งเกรงกลัวในใจของคนที่มีแผลทุกคน


    ธรรมชาติคือ แผลเย็บทั้งหลายมักจะสมานดีหายได้ไม่ปริแยกจากกันใน 10-14 วัน ส่วนใหญ่การตัดไหมมักจะทำในวันที่ 7 หลังผ่าตัด แผลที่ฝีเย็บตรงปากช่องคลอดมักใช้ไหมละลาย ซึ่งจะละลายไปเองใน 1-2 เดือนแล้วแต่ลักษณะของไหมที่ใช้


    ดังนั้นก็คือ ถ้าไม่รู้สึกเจ็บร้าวระบมที่แผลเมื่อไร ก็ไม่ได้ห้ามที่จะร่วมรักกัน คุณสามีก็ควรลองถามไถ่ภรรยาอย่างห่วงใยบ้างว่ายังเจ็บแผลอยู่ไหม

  • กลัวการติดเชื้อ
    ในชีวิตจริง หลังคลอดจะมีเลือดออกจากโพรงมดลูกตรงส่วนที่รกเคยเกาะและลอกตัวออกไปหมดแล้ว เรียกเลือดที่ออกนี้ว่าน้ำคาวปลา


    ธรรมชาติคือ ใน 2-3 วันแรกจะมีน้ำคาวปลามากหน่อย แล้วค่อยๆ ลดลงเหลือเพียงสีชมพูจางๆ จนหมดไปใน 3 สัปดาห์ นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าแผลที่รกลอกออกหายดีแล้ว ถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมตัวเอง ขณะที่ลูกดูดนม แม่จะมีสาร oxytocin หลั่งออกมาเพื่อช่วยให้มดลูกบีบตัวก็จะรู้สึกหน่วงๆ ที่มดลูกตรงบริเวณท้องน้อยได้ ขบวนการนี้จะทำให้เลือดหยุดได้ดีและมดลูกเข้าอู่ได้เร็วขึ้น


    นั่นก็คือ 3 สัปดาห์หลังคลอด หรือหลังจากน้ำคาวปลาหมด ก็จะร่วมรักกันได้โดยที่โอกาสติดเชื้อจะน้อยลงแล้ว

  • กลัวว่าถ้าร่วมรักกันแล้วน้ำนมจะไหล
    ในชีวิตจริง แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองเต้านมจะคัดและเจ็บตึง เมื่อมีการแตะต้อง จับ ดูด ก็มักจะมีน้ำนมไหลได้เสมอ


    ธรรมชาติคือ เมื่อเวลาที่มีการเล้าโลมก่อนร่วมรักมักมีการลูบคลำดูดจับเต้านมด้วยเสมอ


    นั่นก็คือ การร่วมรักกันหลังจากที่ให้นมลูกอย่างพอเพียงและลูกหลับแล้วใหม่ๆ ก็อาจช่วยลดภาวะน้ำนมไหลได้

  • กลัวว่าจะท้องอีก
    ความจริงคือ ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะเริ่มคุมกำเนิดดี ถ้าไม่คุมแล้วจะท้องไหม


    ธรรมชาติคือ
    หลังจากคลอดแล้วจะเริ่มมีการตกไข่ได้เร็วที่สุดที่ประมาณ 40 วันหลังคลอด แต่ถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมตัวเอง ฮอร์โมน prolactin ที่กระตุ้นการผลิตน้ำนมจะช่วยห้ามไม่ให้มีการตกไข่ ก็เป็นการคุมกำเนิดในทางธรรมชาติกรายๆ แต่ไม่แน่นอนนัก


    นั่นก็คือ ยังไงๆ ก็ควรจะคุมกำเนิดก่อนที่จะเริ่มร่วมรักกัน ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้วิธีไหนดี หรือยังไม่ได้ปรึกษาใคร ใช้ถุงยางคุมกำเนิดด้วยทุกครั้งก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาแพทย์ทีหลังก็ได้ โดยปกติ แพทย์มักจะนัดตรวจที่ 4-6 สัปดาห์หลังคลอด เพื่อดูว่าแผลหายดีหรือไม่ มดลูกเข้าอู่หรือยัง ตรวจเช็คมะเร็งที่ปากมดลูกให้เลย รวมทั้งให้คำแนะนำในการเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมให้ด้วย ดังนั้นตามมาตรฐาน มักจะเริ่มมีการร่วมรักกันได้โดยปลอดภัยและสบายใจที่ประมาณ 6 สัปดาห์ หลังคลอด

  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อารมณ์ปรวนแปร ทำให้ไร้อารมณ์ร่วมรัก
    ความจริงคือ ส่วนใหญ่มักจะเริ่มร่วมรักกันครั้งแรกหลังคลอดไปแล้วที่ 3 เดือน มี 20% ที่สบายใจที่จะร่วมรักเมื่อคลอดไปแล้วที่ 6 เดือน และมีมากถึง 57% ที่ร่วมรักกันน้อยมากในช่วงอายุ 1 ปีแรกของลูก


    ธรรมชาติคือ หลังคลอดจะมีฮอร์โมน prolactin หลั่งออกมาเพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนมให้ลูกกิน ร่วมกับฮอร์โมนเอสโตรเจนยังคงน้อยลงอยู่ทำให้ช่องคลอดแห้งเมื่อนอนร่วมรักกันก็มักจะเจ็บเพราะไม่มีน้ำหล่อลื่นพอ ระดับของฮอร์โมนสองตัวนี้ช่วยกันทำให้ความสนใจในการอยากร่วมรักลดลง ตราบนานเท่าที่ยังให้นมลูกอยู่


    นั่นก็คือ เมื่อคุณรับรู้ว่าการที่เธอยังไม่มีความพร้อมทางอารมณ์ที่จะร่วมรักกับคุณนั้นไม่ใช่เพราะหมดรักหมดความต้องการคุณ แต่เป็นเพราะธรรมชาติที่ให้มาว่านมแม่ดีและเหมาะสมสำหรับลูกตัวเองและเมื่อลูกเล็กนั้นมีความจำเป็นที่จะให้แม่ต้องสนใจดูแลปกป้องห่วงใยลูกตัวเองยิ่งกว่าอื่นใด คุณก็น่าที่จะเข้าใจและทำใจได้ระดับหนึ่ง คุณแม่คนใหม่ก็ควรทำความเข้าใจว่าที่คุณพ่อของลูกต้องการนั้นคือ ความรู้สึกมั่นใจว่าคุณยังรักและสนใจห่วงใยและต้องการเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป พูดคุยกันให้ความเอื้ออาทรถามไถ่กัน ช่วยกันดูแลลูกแบ่งปันผ่อนคลายความเหนื่อยล้ากังวลด้วยกัน ความผูกพันเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่บอกความมั่นคงของจิตใจในความรักได้โดยไม่ต้องร่วมรัก

  • วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลง เหนื่อยล้า กังวล วิตก ทำให้เศร้าหมอง
    ความจริงคือ ในช่วง 2 สัปดาห์หลังคลอด คุณแม่คนใหม่มักยังเหนื่อยล้าจากการคลอด และมักจะมีความสับสน วุ่นวายใจ จัดตัวเองไม่ถูกว่าจะทำอะไรอย่างไรดี ไหนจะลูกที่ยังไม่รู้จะเลี้ยงยังไง ต้องกินนมทุก 2-3 ชั่วโมง จะหมุนตัวทำอะไรก็ไม่ทัน ง่วงจะตายนอนก็ไม่หลับ ตัวเองยังไม่ทันจะได้เข้าห้องน้ำอาบน้ำเลยลูกร้องอีกแล้ว อะไรกันนักกันหนานะ ไหนจะสามีที่ไม่รู้ว่าจะดูแลยังไง บางครั้งอาจเศร้ามากจนต้องร้องไห้


    ธรรมชาติคือ เมื่อระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงทำให้อารมณ์แปรปรวนและเกิดอาการเศร้าหมองได้ ก็มักจะไม่มีอารมณ์ที่จะทำสิ่งอื่นใดรวมทั้งร่วมรักด้วย


    นั่นก็คือ จากสถานะที่เคยเป็นคนรักกันเมื่อยังไม่มีลูก กลับกลายเป็นพ่อแม่คน ความรู้สึกรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ขึ้นต้องการการปรับตัวและช่วยประคับประคองจิตใจดูแลเอาใจใส่กัน ช่วยกันดูแลลูกร่วมกันแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน ก็จะช่วยให้คุณแม่คนใหม่ค่อยคลายกังวลได้ และค่อยปรับตัวดูแลลูกได้ แต่บางคนถ้าไม่สามารถผ่านภาวะนี้ไปได้ กลับวิตกมากขึ้นกินไม่ได้นอนไม่หลับกระสับกระส่าย สับสน ดูแลตัวเองไม่ได้ ก็จำเป็นต้องปรึกษาจิตแพทย์เพื่อช่วยแก้ไข

  • รูปร่างที่เปลี่ยนไป น้ำหนักที่มากขึ้นทำให้ไม่มั่นใจ
    ในชีวิตจริง น้ำหนักที่เพิ่มเกินพิกัดหลังคลอดแล้วยังลดไม่ได้เลย รูปร่างน่าเกลียด เขาจะยังอยากกอดเราอยู่อีกหรือน่าอายรูปร่างที่น่าเกลียดของตัวเองจะตาย


    ธรรมชาติคือ ถึงแม้ว่าคุณจะเห็นว่าเธอยังสวยอยู่หรือไม่ได้สนใจว่าเธออ้วนยุ้ยจนน่าเกลียดมากแค่ไหน แต่ผู้หญิงเกือบจะทุกรายย่อมกลัวความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างที่เปลี่ยนไปในทางที่ไม่สวยว่าจะเป็นเหตุทำให้สามีเลิกรักเลิกสนใจ


    นั่นคือ อย่าได้พูดล้อเลียน หยอกเย้ากระเซ้าแหย่บ่อยๆ ถึงรูปร่างที่เธอเปลี่ยนในขณะที่เธอกำลังพยายามปรับปรุงให้ดูดีเหมือนเดิม เพราะเหมือนกับเป็นการย้ำเตือนว่าคุณไม่อยากกอดผู้หญิงที่มีรูปร่างเช่นเธอ คุณควรกอดเธอและให้ความมั่นใจกับเธอว่ารูปร่างที่เปลี่ยนไปไม่ได้ทำให้ความรักที่คุณมีต่อเธอเสื่อมคลายลงได้
เมื่อรู้สาเหตุ รู้ธรรมชาติแล้ว หวังว่าทั้งคู่คงเข้าใจถึงอารมณ์และจิตใจซึ่งกันและกันดีขึ้น และเมื่อเธอมีความพร้อมเธอก็คงไม่ปฏิเสธที่จะให้คุณกอดและร่วมรักกับคุณแน่นอน
ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today
ข้อมูลโดย : นิตยสาร Health Today
แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๗:๕๙ น. )
 
ขั้นตอนขอรับ เงินช่วยเหลือ 2000 บาท สำนักงานประกันสังคม  อีเมล
วันพุธที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๙ เวลา ๒๒:๑๔ น.

จดหมายทางการจาก สำนักงานประกันสังคม ศูนย์สารนิเทศ

——–

เลขที่อ้างอิง : C-5062686
เรื่อง : บริการข้อมูล/ข่าวสาร > ข้อมูลโครงการสวัสดิการผู้ประกันตน > อื่นๆ
Note : **เงินช่วยเหลือ 2,000 บาท** ( ความเป็นไปได้ ) ครม.
ไฟเขียวช่วยคนเงินเดือนต่ำกว่า 1.4 หมื่นคนละ 2 พันบาท

ตามที่ประชาชนทุกคนได้ทราบข่าว แถลงการณ์ของ ครม. ทำให้ ผปต.
สนใจเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงเจาของกิจการ

ในฐานะ จนท.บุคคลขององค์กรจะทำหน้าประชาสัมพันธ์หรือตอบคำถามอย่างไร
ขอบคุณค่ะ 0868471xxx
(14/01/52 เวลา 15.27 น)

—————————–
สำนักงานประกันสังคม ขอเรียนว่ากรณีที่ท่านสอบถามโครงการเงินช่วยเหลือของรัฐบาล
2,000 บาท ขอเรียนดังนี้
หลักเกณฑ์ผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือของรัฐบาลจำนวน 2,000 บาท
1. เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท
2 .เป็นผู้ประกันตนมาตรา 39
3 .เป็นผู้ประกันตนมาตรา 40

*เอกสารหลักฐาน*
1 .แบบคำขอรับเงิน
2 .สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
3. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกของผู้ประกันตน จำนวน 9
ธนาคาร (ธนาคารใดก็ได้) ดังนี้
(1) .ธนาคารกสิกรไทย (2)ธนาคารกรุงเทพ (3)ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (4)ธนาคารกรุงไทย
(5)ธนาคารไทยพาณิชย์
(6) ธนาคารทหารไทย (7)ธนาคารนครหลวงไทย (8)ธนาคารไทยธนาคาร และ(9)
ธนาคารอิสลามแห่งประทศไทย

*ขั้นตอนการยื่นเรื่อง**
**ผู้ประกันตนตามมาตรา*33
สำนักงานประกันสังคมจะส่งข้อมูลการยื่นแบบ *และขอความร่วมมือนายจ้างกรอกข้อมูลพร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานของผู้ประกันตน*

*จัดส่งสำนักงานประกันสังคมที่นำส่งเงินสมทบ*จากนั้นสำนักงานประกันสังคมจะทำการ
ตรวจสอบความถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารให้ผู้ประกันตน
ผู้ประกันตนตา มมาตรา 39 และมาตรา 40
ยื่นแบบคำขอพร้อมเอกสารที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่และสำนักงานประกันสัง
คมจังหวัดที่ท่านยื่นเรื่องสมัครเป็นผู้ประกันตน

จากนั้นสำนักงานประกันสังคมจะทำการตรวจสอบความถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีให้

*การรับเงิน*
*จำนวนเงิน 2,000 บาท
จ่ายครั้งเดียว*โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ประกันตนประมาณเดือน
มีนาคม-พฤษภาคม2552

หากท่านมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกัน

สังคมเขตพื้นที่/จังหวัด หรือ สายด่วน 1506 กด 1 สำนักงานประกันสังคม
จึงเรียนมาเพื่อทราบ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถาม พนักงานที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง แต่ต้องการส่งประกันสังคมเอง จะต้องทำอย่างไรถึงจะสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้

ตอบ

พนักงานที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง และต้องการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเองต้องเคยส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และให้ยื่นแบบแสดงความจำนงขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (สปส.1-20) ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง

ปัจจุบันผู้ประกันตนโดยสมัครใจมาตรา 39 ที่ส่งเงินสมทบด้วยตนเอง เดือนละ 432 บาท พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองจากสำนักงานประกันสังคม 6 กรณี คือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ สงเคราะห์บุตร เสียชีวิต และชราภาพ

ถาม ผู้ประกันตนตามมาตรา40 คืออะไร

ตอบ ประกันตนนอกระบบหรือผู้ประกันตนตามมาตรา40 ซึ่งสำนักงานประกันสังคมไม่ได้บังคับให้สมัครขึ้นอยู่กับความประสงค์ของท่านที่สมัครใจ ผู้ที่สามารถสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้ ประชาชนทั่วไปที่ทำงานอาชีพอิสระ อายุ 15-60 ขึ้นไป ไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 และไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ,ไม่เป็นโรคต้องห้ามดังนี้ 1.วัณโรคในระยะอันตราย 2.โรคพิษสุราเรื้อรัง 3.โรคที่อยู่ในระหว่างการรักษาและอยู่ในสภาพการใช้เครื่องช่วยชีวิต การชำระเงินเป็นรายปี ปีละ 3,360 บาท

แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เวลา ๑๙:๐๕ น. )
 
«เริ่มแรกย้อนกลับ123456789ถัดไปสุดท้าย»

หน้า 1 จาก 9
 
ป้ายโฆษณา